--

ในปัจจุบันการศัลยกรรมถือว่าเป็นเรื่องปกติทั่วไปของทุกคนแล้ว แต่ก็ยังมีเคสที่ แก้จมูก จมูกบุ๋ม จมูกทะลุ ด้วยความที่อยากปรับลุคของตัวเองให้ดีขึ้น เพิ่มความมั่นใจให้ตัวเอง การศัลยกรรมจึงเป็นอีกหนึ่งหนทาง ที่จะปรับลุคต่าง ๆ ของเรา และแน่นอนว่าศัลยกรรมที่ฮิตและคนทำเยอะที่สุด คงหนีไม่พ้นการเสริมจมูก หรือทำดั้ง นั่นเอง แต่ก็มักจะมีให้เห็นบ่อย ๆ เรื่องการต้องกลับมา แก้จมูก จมูกบุ๋ม จมูกทะลุมา การเสริมจมูกมีเทคนิคหลายวิธีแล้วแต่ความเชี่ยวชาญของคุณหมอ เทคนิคที่เห็นได้เยอะและเห็นได้ทั่วไปคือการ เสริมจมูกด้วยซิลิโคนเพียว ๆ โดยเทคนิคที่หลาย ๆ คลินิกนิยมใช้จะเป็นการผ่าในรูจมูกข้างเดียวแล้วเอาซิลิโคนยัดเข้าไป ปิดเย็บแผล เป็นอันว่าเสร็จ

หารู้ไม่ว่าเทคนิคนี้ค่อนข้างจะมีความเสี่ยงมาก คนส่วนมากเห็นโฆษณาบ้าง ลดราคาบ้าง ราคาถูกบ้าง สนใจเลยแห่กันไปทำ แต่หลังทำแล้วอาจจะต้องหลั่งน้ำตากันซะส่วนใหญ่ เพราะข้อเสียของเทคนิคนี้คือ
1.กำหนดทรงได้ยาก เพราะซิลิโคนค่อนข้างแข็งทื่อและเป็นแท่ง บางคลินิกอาจจะใช้ซิลิโคนเกรดต่ำ เพราะราคาทำถูก
2.ซิลิโคนกดทับโครงสร้างของจมูก ทำให้ในระยะเวลานานจะทำให้โครงสร้างจมูกทรุดและพัง
3.เสี่ยงต่อการทะลุสูงมาก เพราะเนื่องจากเป็นซิลิโคนเพียวๆ ไม่รู้ว่าผิวหนังของเราจะสามารถรองรับได้ไหม ยิ่งคนที่มีผิวบางยิ่งเสี่ยงต่อการทะลุ
4.ทรงแข็งทื่อ บิดไม่ได้ ทรงไม่เป็นธรรมชาติ

 

https://www.facebook.com/dr.alexclinic

 

         วันนี้เราจึงหยิบยกเคสตัวอย่างมา เรื่องของการ แก้จมูก จมูกบุ๋ม จมูกทะลุ โดยคนไข้ท่านนี้ได้ทำการเสริมจมูกกับคลินิกที่อื่นมา และเกิดอาการเหมือนปลายจมูกแดง คล้าย ๆกับอาการเหมือนจะทะลุ

 

 

เห็นกันได้ชัดเลยใช่ไหม ว่าปลายจมูกมีอาการช้ำ ๆ ก็คือผิวหนังส่วนปลายตึงมากและรับแรงดันของซิลิโคนไม่ไหวแล้ว คุณหมอได้ดูอาการและพบว่าอาการหนักมาก ต้องรีบถอดพักอย่างเร็วที่สุด ถ้าช้าอาจจะเกิดการอักเสบรุนแรงจากการทะลุของซิลิโคนและอาจจะแก้ไขอะไรไม่ได้เลย โดยตัวคนไข้ได้ไปสอบถามหลาย ๆ คลินิก แต่อาการของคนไข้เป็นอย่างที่เห็นคือค่อนข้างหนัก และแก้ไขยาก แต่แล้วก็เข้ามาปรึกษากับ Dr.Alex Clinic และเข้าทำการรักษาและแก้ไข

หลังจากถอดซิลิโคนออก ก็จะเห็นได้ชัดเลย ว่าซิลิโคนได้ทะลุก่อนแล้วทำให้จมูกบุ๋มเข้าไป และมีแผลตรงปลายจมูก ปลายจมูกมีลักษณะบิดเบี้ยว ไม่เป็นทรง สาเหตุจากการที่ซิลิโคนทะลุ บอกเลยว่าใครเจอเหตุการณ์แบบนี้ก็ต้องร้องไห้ เพราะเป็นเคสที่ยากมาก ๆ ในการจะทำให้จมูกกลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม

 

 

เห็นภาพแล้วน่าจะเป็นอุทาหรณ์ให้ใครหลาย ๆ คนที่กำลังจะตัดสินใจไปทำจมูก หรือตัดสินใจในการเลือกคลินิกและเทคนิคที่ทำ อย่าเห็นแก่โปรราคาถูกเลย เพราะการทำศัลยกรรมมันเป็นสิ่งที่จะอยู่ติดตัวกับเราไปตลอด ค่าทำอาจจะถูกแต่กลับมาแก้ใหม่อีกครั้งรับรองว่าไม่คุ้มอย่างแน่นอน

หลังจากถอดพักไปยาว ๆ แล้ว ก็ต้องซ่อมแซมแก้ไขจมูกที่เสียหายจากการทะลุ โดยการแก้ครั้งนี้จะเป็นการใช้ชิ้นส่วนในร่างกายของคนไข้เองทั้งหมด จะไม่มีซิลิโคนเพราะโครงสร้างพัง จึงต้องทำการซ่อมแซมจากอวัยวะของคนไข้เอง คุณหมอได้ทำการแก้ไขโครงสร้างโดยใช้ เนื้อเยื่อจากก้นกบ และกระดูกอ่อน Reconstrut ขึ้นมาใหม่
โดยส่วนตรงที่บุ๋มเข้าไปจะใช้เนื้อเยื่อก้นกบในการซ่อมแซม และปลายจมูกจะใช้กระดูกอ่อนรองไว้

 

 

นี่คือรูปปัจจุบันของคนไข้หลังจากคุณหมอได้ทำการแก้ไขปรับโครงสร้าง Reconstrut  บอกเลยว่าแฮปปี้ทั้งคนไข้ทั้งคุณหมอเพราะผลลัพธ์ออกมาดีมาก รอยบุ๋มหายไป รอยช้ำและรอยทะลุต่าง ๆ ก็หายไป ฟื้นคืนชีพจมูกเลยทีเดียว แต่ในส่วนของเรื่องทรงจมูกและการอยากปรับเปลี่ยนทรง ในอนาคตอาจจะทำได้อีกครั้ง แต่การทำควรเป็นเทคนิคโอเพ่นและต้องใช้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

 

เคสแก้ไขยากแต่แก้ไขได้ของเราเป็นยังไงกันบ้างคะ?? ถ้าไม่อยากมานั่งร้องไห้เสียใจทีหลัง ขอให้ทุกคนที่กำลังจะมีแพลนทำจมูกศึกษาข้อมูลให้ดี ก่อนตัดสินใจทำ แก้ไขได้ก็ใช่ว่าจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมทุกอย่างเป๊ะ 100% ดังนั้นเลือกคลินิกและแพทย์ให้ดี

 

การทำศัลยกรรมจมูก เป็นหนึ่งในการทำศัลยกรรมที่นิยมอย่างแพร่หลาย เพื่อความปลอดภัยในการทำศัลยกรรม คุณควรศึกษาข้อมูลต่างๆ ก่อน ไม่ว่าจะเป็น วัสดุที่ใช้ในการเสริมจมูก วิธีการผ่าตัดศัลยกรรมจมูก แพทย์ที่จะทำ และมาตรฐานของสถานที่ที่เข้ารับบริการ

นอกจากนี้อีกสิ่งหนึ่งที่ควรให้ความสำคัญไม่แพ้กัน คือ วิธีการเตรียมตัวก่อนเข้ารับการผ่าตัด และแนวทางการดูแลตัวเองหลังเข้ารับการผ่าตัด เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการผ่าตัดได้

การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการศัลยกรรมจมูก

การศัลยกรรมจมูกเป็นการผ่าตัดอย่างหนึ่ง ซึ่งผู้เข้ารับการผ่าตัดจะต้องถูกให้ยาระงับความรู้สึกก่อน

วิสัญญีแพทย์ วิสัญญีพยาบาล หรือผู้ช่วยวิสัญญีจะเป็นผู้ให้ยาระงับความรู้สึกก่อนที่จะทำการผ่าตัด รวมไปถึงดูแลความปลอดภัยตั้งแต่ก่อน ระหว่าง และหลังการผ่าตัด

เพื่อให้การผ่าตัดเป็นไปอย่างปลอดภัย ควรเตรียมตัวก่อนเข้ารับการศัลยกรรมจมูก ดังนี้

  • งดน้ำ นม เครื่องดื่ม และอาหารทุกชนิด หลัง 24.00 น. หรืออย่างน้อย 8 ชั่วโมง เพื่อป้องกันอันตรายจากการอาเจียน และสำลักเศษอาหารเข้าหลอดลม หรือปอด
  • แจ้งประวัติโรคประจำตัว ยาที่รับประทานเป็นประจำ รวมไปถึงอาหารเสริมทุกชนิด เช่น ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาเบาหวาน ยาแก้ปวด หรือยารักษาโรคความดันโลหิตสูง เพราะอาจส่งผลต่อการผ่าตัดได้ โดยแพทย์อาจจะให้หยุดยาก่อนเข้ารับการผ่าตัด ทั้งนี้ไม่ควรหยุดยาด้วยตัวเอง
  • แจ้งประวัติการแพ้ยา อาหาร หรือสารทุกชนิดให้แพทย์ทราบ
  • งดสูบบุหรี่อย่างน้อย 2 สัปดาห์ ก่อนเข้ารับการผ่าตัด เพื่อลดเสมหะ และลดการไอ
  • ควรล้างสีเล็บและตัดเล็บมือให้สั้น เพราะแพทย์จะวัดค่าออกซิเจนทางปลายนิ้ว และทำให้สามารถสังเกตความเปลี่ยนแปลงจากการขาดออกซิเจนได้
  • ควรถอดฟันปลอม คอนแทคเลนส์ และเครื่องประดับทุกชนิดก่อนเข้ารับการผ่าตัด
  • ในวันที่เข้ารับการศัลยกรรมจมูก งดแต่งหน้า ล้างหน้า และทำความสะอาดจมูกให้สะอาด
  • ควรพาญาติมาด้วย เพื่อให้ความช่วยเหลือในการติดต่อเจ้าหน้าที่ และดูแลในระหว่างที่เดินทางกลับบ้าน

การดูแลตัวหลังการศัลยกรรมจมูก

หลังเข้ารับการศัลยกรรมจมูกจะต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตราย โดยแพทย์อาจแนะนำให้ปฎิบัติตัวดังนี้

  • หลังการศัลยกรรมจมูก ควรหนุนศีรษะด้วยหมอนสูง 2-3 วัน เพื่อลดอาการบวม
  • หลังการศัลยกรรมจมูก ควรประคบเย็น 4-5 วัน เพื่อให้เลือดหยุดไหล ป้องการการเกิดเลือดออก และลดความเสี่ยงในการเกิดพังผืดในระดับรุนแรง ซึ่งส่งผลให้จมูกเบี้ยวได้
  • หลีกเลี่ยงอาหารที่แพ้ หรืออาหารที่ทำให้หน้าบวมแดง เช่น อาหารร้อนจัด เผ็ดจัด รวมไปถึงงดสูบบุหรี่ และดื่มแอลกอฮอลด์ด้วย
  • อาจจำเป็นต้องหยุดงานนานประมาณ 2 สัปดาห์เพื่อพักฟื้น และอาจใช้เวลาหลายเดือนก่อนที่จะเห็นผลของการผ่าตัดทั้งหมด โดยอาจใช้เวลาถึง 6 เดือนกว่าอาการบวมจะหายไปอย่างสมบูรณ์
  • แพทย์จะนัดประเมินอาการ และตัดไหมออกหลังจากผ่านไป 1-2 สัปดาห์ ในะระหว่างนั้นให้หลีกเลี่ยงการอาบน้ำร้อน ทำให้แผลเปียก การจามทางปาก การสัมผัสจมูก (แคะ แกะ เกา ขยี้) และสถานที่ที่เต็มไปด้วยฝุ่น หรือควัน เพราะอาจทำให้เกิดการระคายเคือง หรือเกิดการติดเชื้อได้
  • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก มีแรงกระแทก หรือเล่นกีฬา เป็นเวลา 4-6 สัปดาห์

https://www.facebook.com/dr.alexclinic

https://www.alex-clinic.com/en/home-1/

Leave a reply